e-NABLE Kids พ่อแม่มือใหม่ควรรู้ เทคนิคการปรับเวลางีบหลับของเด็กเล็ก ให้ตรงกันทุกวัน

พ่อแม่มือใหม่ควรรู้ เทคนิคการปรับเวลางีบหลับของเด็กเล็ก ให้ตรงกันทุกวัน

ในช่วงปีแรกการงีบหลับ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทารกซึ่งมักจะมีช่วงเวลานอนที่ค่อนข้างนาน แต่เมื่อทารกโตขึ้นมากลายเป็นเด็กเล็กและเข้าสู่ช่วงเด็กก่อนวัยเรียน การงีบหลับของเด็กวัยนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป เด็ก ๆ มักจะดื้อไม่อยากนอน ทำให้พ่อแม่ไม่มีเวลาพัก และทำให้เกิดความหงุดหงิดตามมา ดังนั้นเพื่อทำให้คุณเลี้ยงลูกได้ง่ายขึ้น เราจะมาแนะนำเคล็ดลับบางประการในการทำให้เด็กเล็กสามารถงีบหลับได้เป็นเวลา ส่งผลดีต่อทั้งลูกและพ่อแม่ด้วยเช่นกัน 

ความแตกต่างของการงีบหลับ 

ทารกส่วนใหญ่จะงีบอย่างน้อย 2 ครั้งในระหว่างวัน โดยการงีบหลับมีความสำคัญมาก ทำให้เด็กมีการพักผ่อนและทำให้มีอารมณ์ที่ดีขึ้น และยังดีต่อการเรียนรู้อีกด้วย เด็กทุกคนล้วนมีความแตกต่างกันในเรื่องของการงีบหลับ เด็กบางคนสามารถงีบหลับได้ครั้งละนาน ๆ แต่เด็กบางคนก็งีบเป็นระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ดังนั้น แทนที่จะรอให้เด็กง่วงและผล็อยหลับไปด้วยตนเอง คุณสามารถฝึกให้เด็กนอนหลับเป็นเวลา และนอนหลับได้ง่ายขึ้น ดังนี้…

1. หากคุณต้องการให้เด็กเล็ก นอนหลับเร็วกว่าปกติ แนะนำให้ปลุกลูกให้ตื่นตั้งแต่เช้า และเมื่อยามสาย ๆ หรือหลังทานอาหารเสร็จเพียงไม่นาน เด็กก็จะค่อย ๆ เริ่มง่วงไปเอง 

2. การงีบหลับในช่วงบ่าย จะทำให้เด็กไม่ง่วงนอนตอนเย็น ซึ่งจะเป็นช่วงในการรับประทานอาหารที่พอดิบพอดี ดังนั้นเด็กจะไม่มีปัญหากับการทานข้าวในตอนเย็น  

3. สร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการนอนหลับ เด็กบางคนสามารถนอนได้ทุกที่และทุกเวลา แต่ถ้าอยากให้เด็กส่วนใหญ่นอนหลับได้โดยง่าย ควรเลือกพื้นที่ที่เงียบและมืด อย่าให้เด็กดูคลิปหรือดูทีวีก่อนงีบหลับหรือก่อนนอน เพราะแสงสีน้ำเงินที่ปล่อยออกมาจากคอมพิวเตอร์, แท็บเล็ต และโทรศัพท์สามารถปลุกสมองให้ตื่น ซึ่งจะทำให้เด็กหลับยากขึ้น

เมื่อไหร่เด็กถึงจะเลิกงีบหลับ?

เด็กส่วนใหญ่จะเลิกงีบในช่วงอายุ 3 – 5 ปี  แต่ก็มีเด็กเล็กในหลาย ๆ บ้านเช่นกัน ที่ยังคงติดใจในการงีบหลับในช่วงกลางวันอยู่ ดังนั้นการวางแผนให้เด็กนอนเป็นเวลาจะดีที่สุด ซึ่งถ้าพัฒนากลายเป็นนิสัยแล้ว ก็จะติดตัวไปตลอด

ข้อดีของการงีบหลับ นอกจากจะส่งผลดีต่อเด็กแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังส่งผลดีต่อพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือผู้ที่ดูแลเด็กเช่นเดียวกัน เพราะการดูแลเด็กนั้นต้องใช้ทั้งพลังและอารมณ์อย่างมาก จึงสร้างความเหนื่อยล้าให้กับผู้ดูแลได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงที่เด็กหลับ ผู้ดูแลก็สามารถพักผ่อนตามอัธยาศัยของตนเองได้เช่นเดียวกัน ซึ่งก็จะดีต่อสุขภาพจิตของทุกฝ่าย ดังนั้นการฝึกให้เด็กนอนเป็นเวลา ในช่วงแรก ๆ อาจจะยากสักนิด แต่ถ้าอดทนจนกระทั่งทำสำเร็จแล้ว ก็จะพบกับการเลี้ยงเด็กที่สบายขึ้น

Related Post

ผ้าอ้อมใยไผ่

ความแตกต่างระหว่างผ้าอ้อมใยไผ่ และ ผ้าอ้อมพลาสติกอะไรคุ้มค่ากว่ากัน? ความแตกต่างระหว่างผ้าอ้อมใยไผ่ และ ผ้าอ้อมพลาสติกอะไรคุ้มค่ากว่ากัน? 

เมื่อพูดถึงการเลือกผ้าอ้อมสำหรับทารก คุณแม่หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าควรเลือกใช้ผ้าอ้อมใยไผ่ หรือ ผ้าอ้อมพลาสติกดี? ทั้งสองประเภทมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างจะช่วยให้คุณแม่ตัดสินใจได้ว่าแบบไหนเหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุดสำหรับลูกน้อยและครอบครัว  1. วัสดุและความอ่อนโยนต่อผิว  2. การดูดซับและระบายอากาศ  3. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  4. ราคาและความคุ้มค่า  5. ความสะดวกในการใช้งาน  สรุป  การเลือกใช้ผ้าอ้อมใยไผ่ หรือ ผ้าอ้อมพลาสติกขึ้นอยู่กับความสำคัญของแต่ละครอบครัว หากคุณแม่ให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูกน้อยและสิ่งแวดล้อมผ้าอ้อมใยไผ่เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะช่วยลดการระคายเคืองและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ราคาจะสูงกว่าผ้าอ้อมพลาสติก แต่การใช้งานในระยะยาวและความคุ้มค่าทางสิ่งแวดล้อมทำให้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า  แต่ถ้าหากคุณแม่ต้องการทางเลือกที่ราคาถูกและสะดวกในการใช้ในระยะสั้นผ้าอ้อมพลาสติกก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีในการดูแลทารกในช่วงเวลาสั้นๆ 

ยาแก้ท้องอืดเด็ก

ทำความรู้จักกับอาการท้องอืดในเด็กทำความรู้จักกับอาการท้องอืดในเด็ก

อาการท้องอืด เป็นอาการที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ที่จะมีอาการแน่น จุกเสียด ปวดท้อง อิ่มเร็ว ท้องแข็ง รวมถึงมีอาการเรอ ผายลมและท้องร้องโครกครากหลังรับประทานอาหาร บางรายอาจมีท้องผูกหรือท้องเสียร่วมด้วย อาการนี้ส่วนใหญ่มักเป็นผลจากมีแก๊สหรือลมอยู่ในทางเดินอาหารเป็นจำนวนมาก เราเองที่เผ็นผู้ใหญ่แล้วมีอาการเหล่านี้ยังรู้สึกทรมาณ แล้วเด็กๆ ล่ะ จะรู้สึกขนาดไหน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับอาการท้องอืดในเด็กและวิธีแก้ไขกันเลย อาการท้องอืดในเด็ก อาการท้องอืดของเด็กๆ  เป็นอาการที่พบได้บ่อยในเรื่องของโรคระบบทางเดินอาหาร ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากปริมาณก๊าซในกระเพาะอาหารและลำไส้มากเกินไป  ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติ  เช่น เรอบ่อย  อึดอัดแน่นท้องโดยเฉพาะหลังรับประทานอาหาร ท้องโตเป็นพักๆ ผายลมบ่อย เป็นต้น โดยเด็กนั้นมีระบบทางเดินอาหารของเด็กยังบอบบาง เอนไซม์ในการย่อยโปรตีน และแลคโตสยังทำงานไม่สมบูรณ์

ประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์ กับ ประโยชน์ของการ “กอดลูก” เกี่ยวกันอย่างไรวิทยาศาสตร์ กับ ประโยชน์ของการ “กอดลูก” เกี่ยวกันอย่างไร

การ “กอดลูก”  เป็นสัมผัสถึงความอบอุ่นของร่างกายเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม และทราบหรือไม่ว่ายังมีประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ ที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและจิตใจในเชิงบวกในร่างกายของเรา เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาทางอารมณ์ ความรู้ ความเข้าใจ และร่างกายของลูกคุณ ว่าแล้วเรามาดูกันเลยว่าประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ 5 ประการของการกอดลูกของคุณกัน ทำไมต้องกอดลูก  1. การกอดทำให้กระตุ้นความฉลาด! เด็ก ๆ ต้องการการกระตุ้น ด้วยการสัมผัสอย่างมาก เมื่อสมองของพวกเขาเติบโตและพัฒนา การสัมผัสทางกายภาพอย่างการกอดและการสัมผัสทางผิวหนังจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพัฒนา จากประสาทสัมผัสทั้งห้าการสัมผัสเป็นสิ่งแรกที่พัฒนา ดังนั้น การสัมผัสที่บำรุงเลี้ยงจะช่วยกระตุ้นสมองของเด็ก ๆ ที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาการตามปกติ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เผยว่า เด็กที่ได้รับการกอดมากขึ้นมีพัฒนาการทางสมองที่และมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับสัมผัสจากการกอด 2. เด็กสุขภาพแข็งแรงด้วยการกอด!